Archive for February, 2008
วันนี้เดินไปชั่งน้ำหนักที่ตราชั่งหลังจากไม่ได้ชั่งมานาน . . . พระเจ้าช่วย . . . สงสัยตราชั่งเสีย กระโดดลงมาสังเกตการณ์ . . . เข็มมันก็อยู่ที่เลข 0 ตรงดีนี่หว่า . . . ลองเอาเท้าขวาก้าวขึ้นไป เขย่งปลายเท้าซ้ายขึ้นเล็กน้อย เข็มก็เริ่มหมุนขึ้น 40….50….60…70….. หยุด ๆ ๆ . . . แต่มันไม่หยุดแค่นั้น มันยังพยายามไปต่อ สุดท้ายไปหยุดที่เลข ตู๊ดดดด . . . เท่าเมื่อกี๊เลยนี่หว่า
แต่ไม่ Surprise เท่าไหร่ เพราะได้ยินจากปากคนอื่นเหมือนกัน . . . “เฮ๊ย อ้วนขึ้นนี่หว่า เมียเลี้ยงดีอ่ะดิ”. . . เออ สรุปได้ว่าน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเกิดมากจาก Wedding Effect . . . ทั้ง ๆ ที่มานึกดูก็ไม่ได้กินข้าวเยอะกว่าเมื่อก่อน ไม่ได้กินบ่อยขึ้น ของหวานก็กินเป็นปกติ แล้วทำไมอ้วนขึ้นได้วะ . . . คำตอบของปัญหาน่าจะอยู่ที่ว่า การที่ต้องมารับผิดชอบกับข้าวของคุณดาด้วย . . . “นี่เธอ เรากินไม่หมดอ่ะ ช่วยหน่อยดิ” เป็นประโยคที่ได้ยินอยู่ประจำ . . . ก็ยังนึกในใจ แล้วจาตักมา ให้มันเยอะแยะทำไมหล่ะเีนี่ยะ . . . จริง ๆ แล้วที่อ้วนขึ้นเนี่ยะ ผมไม่ผิดใช่มั๊ยครับ ?
February 25th, 2008
วันนี้ตื่นมาก็ไม่ทันได้ล้างหน้าล้างตา . . . เอื้อมมือไปหยิบหนังสือเล่มหนึ่งที่ซื้อมานานแล้ว แต่ไม่มีเวลาอ่าน ชื่อว่า “คณิตศาสตร์ รส.” เขียนโดย 10 เดซิเบล . . . เป็นเรื่องสั้นแนวคณิตศาสตร์ เหมาะกับคนที่ชอบตัวเลข . . . จะว่าอ่านง่าย ก็ง่าย จะว่าอ่านยาก ก็ยาก . . . เพราะเป็นเรื่องที่เขียนเชิงคณิตศาสตร์ ถ้าไม่มีพื้นคง งง กันไปพอสมควร . . . ผมเดาว่าคนเขียนคงจะอายุห่างกันไม่มาก . . . เพราะพูดถึงขบวนการ ซัลวันคั่ล . . . หลายคนอาจจะไม่รู้จัก เพราะยังไม่แก่พอ ต้องอายุประมาณ 25 up น่าจะคุ้น ๆ หูบ้าง . . . จริง ๆ เกือบจะลืมชื่อนี้ไปแล้วเหมือนกัน หุหุ
สุดท้ายกลายเป็นว่ายิ่งอ่านยิ่งมันส์ . . . ทีเดียวจบเล่มไปเลย ไม่รู้เป็นเพราะ เรื่องคณิตศาสตร์ หรือเป็นเพราะว่าความทรงจำวัยเด็กกันแน่ . . . แต่จะว่าไป คาแลคเตอร์ในเล่มหลาย ๆ คนก็เหมือนกับผม ซึ่งเป็นคนที่ไม่ชอบคณิตศาสตร์เอาซะเลย แต่สุดท้ายก็กลับมาชอบคณิตศาสตร์ เพราะเหตุผลอะไรบางอย่าง . . . เลยพึ่งมานึกได้เหมือนกันว่า จริง ๆ แล้ว ผมไม่ได้เกลียดคณิตศาสตร์ แต่ผมเกลียดครูคณิตศาสตร์
February 23rd, 2008
หลังจากวันวาเลนไทน์มาหนึ่งวัน ขอเขียนเรื่องเกี่ยวกับความรักอีกซักหน่อย ถึงแม้ว่าเรื่องราวความรักวันนี้มันจะออกปนเศร้า ๆ อยู่บ้าง ต้องขออภัยด้วย แต่ถ้าไม่เขียนเรื่องนี้ แต่ถ้าไม่เขียน ผมคงรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้กล่าวอะไรกับเพื่อนผมซักเล็กน้อย . . . เรื่องมันมีอยู่ว่า ที่บ้านเลี้ยงกระต่ายไว้สองตัว (จริง ๆ เคยมีเยอะมาก) ตัวหนึ่งสีขาว ส่วนอีกตัวหนึ่งสีน้ำตาล . . . กระต่ายทั้งสองตัวเกิดมาในบ้าน โตในบ้าน ก่อนจะถูกคุณพ่ออัปเปหิ ออกไปนอกบ้านเพราะมันกัดสาย UBC . . . ก่อนจะลืมกระต่ายสองตัวนี้ชื่อ “ไอ้แดน” และ “ไอ้บีม” ตาม concept ของคุณแม่ เนื่องจากไอ้ตัวหนึงมันขาว และอีกตัวมันดำ
เวลาผ่านไป ผมคิดว่ามันลืมตัวมันเองว่ามันเป็นกระต่าย มันอาจจะเข้าใจว่าตัวมันเองเป็นหมาก็ได้. . . เพราะทุกวันพวกมันทั้งสองตัวก็จะวิ่งไปส่งทุกคนตั้งแต่หน้าบ้านถึงที่จอดรถ . . . ทีละคน ๆ จนกระทั่งผมเป็นคนท้ายสุด เพราะออกบ้านไม่ค่อยเป็นเวลา . . . พอผมนั่งลงบนเบาะรถแล้ว ก็เื้อื้อมมือไปลูบหัวมัน 1 ที . . . บางทีมันก็ให้ลูบ บางทีมันก็ไม่ยอม เป็นกระต่ายที่เอาแต่ใจพอสมควร . . . และเมื่อทุกคนกลับบ้าน มันก็จะทำเช่นเดิม ก็คือวิ่งมารับที่รถ และวิ่งไปส่งถึงหน้าบ้าน . . . บางทีพวกมันก็ได้อาหารกระต่าย ในกระป๋องปี๊ปหน้าบ้านเป็นการตอบแทน . . . ด้วยประการฉะนี้ ผมจึงไม่แน่ใจว่ามันรู้ตัวเองว่ามันเป็นกระต่าย
และแล้ววันที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นก็มาถึง . . . คุณแม่ขับรถออกไปตลาดตามปกติ . . .ไอ้บีม (กระต่ายขาว) ก็นอนใต้รถแม่เป็นปกติ . . . แต่สิ่งที่ไม่ปกติก็คือ มันคงจะง่วงนอนมาก หรือไม่ก็แ่ก่มาก จนไม่ได้ยินเสียแม่สตาร์ทรถ . . . ความรู้สึกสุดท้ายของมันก็คือ ยางของรถเฟียตสีเหลืองที่มันใช้ซุกตัวนอนทุกวัน ค่อย ๆ วิ่งผ่านบนตัวมันไป . . . ผมไม่รู้ว่ามันเจ็บหรือเปล่า . . . แต่แม่บอกว่า มันหายใจอีก 3 ครั้ง แล้วก็นิ่งไปเลย . . . ผมเลยคิดว่ามันคงไม่เจ็บปวดนานเท่าไหร่ (โชคดีของมัน) . . . เหตุการณ์นั้นทำให้เราเศร้ากันไปทุกคน . . . ทั้งที่กระต่ายบ้านผมโดนหมาคาบไปก็เยอะ ขุดหลุมแล้วหายไปก็เยอะ ตายตั้งแต่เด็กก็เยอะ . . . แต่มันมีสิ่งหนึ่งที่ต่ายกันระหว่างกระต่ายสองตัวนี้ และกระต่ายพวกนั้น . . . บางทีมันอาจจะเป็นสิ่งนั้น . . . สิ่งที่เจ้าชายน้อยเคยสอนผมและทุกคนไว้ . . . สิ่งนั้น สิ่งที่มองไม่เห็นได้ด้วยตา แต่มองเห็นได้ด้วยใจ . . . ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่า เจ้าชายน้อยคิดถึงดอกกุหลาบบนดาว B-612 อย่างไร
February 15th, 2008
วันนี้วันวาเลนไทน์ . . . พึ่งมารู้ตัวตอนเย็น ตอนกลับมาดูปฏิทินที่บ้าน สำหรับผมวันวาเลนไทน์ก็คือวันอีกหนึ่งวัน ผมไม่เคยให้ความสำคัญกับวันนี้เลย . . . ทำไมคนเราต้องมาแสดงความรักกันเอาวันนี้ ในเมื่อเป็นแฟนกัน หรือ ไม่ได้เป็นก็ตาม . . . ทั้ง ๆ ที่วันอื่น ๆ ก็สามารถให้ความรักต่อกันได้ ? . . . หลายคนให้ความเห็นกับผมว่า . . . ในเมื่อไม่รู้จะเริ่มทำเอาวันไหน ก็เลยใช้วันนี้เป็นวัน D-day ก็ละกัน . . . ฟังดูเข้าที สำหรับคนที่ไม่กล้าจะแสดงความรัก เอาวะ ไหน ๆ วันนี้คนอื่นเค้าก็ทำกัน เราก็เอาดอกกุหลาบไปให้สาว ๆ บ้างก็ไม่เห็นเป็นไร . . . อืมม ข้อดีมันก็มีอยู่ . . . แต่ดูเหมือนว่า สาว ๆ จะตั้งหน้าตั้งตาคอยวันนี้กันจริง ๆ . . . จนกลายเป็นวัฒนธรรมไปแล้ว . . . ถ้าวันนี้ไม่ได้รับดอกไม้จากแฟนหนุ่ม วันแห่งความรัก อาจจะกลายเป็นวันที่ต้องมานั่งทะเลาะกัันก็ได้ . . . ทั้ง ๆ ที่ดอกไม้วันนี้ก็แสนจะแพง . . . สงสัยผมจะขวางโลกมากเกินไปแล้ว สรุปว่า ความรัก . . . ถ้าเราไปยึดติดกับมัน . . . ความรักก็จะสร้างทุกข์ให้กับตัว . . . แต่ถ้าเราเข้าใจความรัก . . . ความรักก็จะทำให้เกิดความสุข . . . เพราะอย่างนี้ความรักถึงได้มาพร้อมกับความเข้าใจ
February 14th, 2008
หลังจากที่ Blog พังไปเกือบเดือน เพราะไป update แล้วดันทำ Database เจ๊งซะอย่างนั้น ประกอบกับการไม่มีเวลาแก้ แถม Domain Name ก็หมดอายุด้วย ก็เลยพลอยไม่ได้ update blog เลย . . . พอมีเวลาว่างซักหน่อย (หน่อยเดียวจริง ๆ) ก็เลยกลับมาแก้ ๆ code พร้อมกับ update มันอีกรอบนึง คราวนี้ Blog ดีขึ้นเยอะเลย ไม่ค่อยมี spam เหมือนเมื่อก่อนแล้วช่วงนี้กำลังยุ่ง ๆ กับการแก้ไข project AnimationKIDS ใครสนใจลองดไปดู Stop Motion ได้บน YouTube ด้านล่างครับ
February 12th, 2008