ไม่ได้ Up Blog กันเลย ไม่มีเวลาจิงจริ๊ง . . . ไม่รู้ว่าเวลามันหายไปไหนหมด วัน ๆ ก็ทำงานกันหัวปั่น แถมยังไม่พอดองงานไว้อีกตั้งเยอะ . . . แถมยังไม่พอช่วงนี้ยังไม่สบายอีก . . . ไอแค่ก ๆ ปวดหัว แถมท้องเสียอีกต่างหาก . . . รักษาสุขภาพด้วยนะคับทุกคน . . . เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
November 21st, 2006
วันนี้ตื่นเกือบไม่ทันนัด . . . กระโดดลงจากเตียงแล้วรีบเข้าห้องน้ำ พอลงไปถึง Lobby โรงแรม ต้องมานั่งรอ “เสหรี่” อีกครึ่งชั่วโมง . . . วันนี้ตั้งใจจะไปดูตลาดดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกกัน . . . เค้าว่ากันว่าอย่างนั้น บอกว่าใหญ่กว่าของ Holland อีก . . . นั่งรถไปหมดไป 60 หยวน พอไปถึงปรากฏว่า ไอ้ตลาดดอกไม้นี่มันปิดทุกวันที่ 1 ของเดือน . . . อะไรจะซวยขนาดนี้วะ . . . ก็เลยเดินเล่นดูร้านดอกไม้รอบ ๆ ตลาด . . . เค้าบอกว่าเมืองคุนหมิงเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในด้านดอกไม้และอุตสาหกรรมการเกษตร . . . ดังนั้นเลยต้องมาดูซักหน่อย . . . เค้าบอกว่านักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวคุนหมิงส่วนใหญ่ต้องซื้อดอกไม้แห้งจากคุนหมิงกลับไป เนื่องจากว่ามีคุณภาพและสีสรรสวยงามกว่าที่อื่น . . . ผมก็เลยแวะเข้าร้านดอกไม้แห้งแห่งหนึ่ง ระหว่างยืนดูอยู่รู้สึกว่ามีคนมาสะกิดข้าง ๆ ผมเองก็ไม่สนใจ ซักพักก็เลยหันไปดู เจ้าของร้านเสื้อเหลืองแต่งตัวโครต X . . . พอเหลือบไปเห็นน้องเค้าถือของมาสองมือ . . . ก็คิดในใจ เมื่อกี๊เค้าเอาอะไรสะกิดเราฟะ . . . สุดท้ายภราดร ก็เสียเงินให้น้องเสื้อเหลืองไปตามระเบียบ ได้ดอกกระดาษมา 1 กล่องใหญ่ ๆ ประมาณว่าเอาไปเปิดร้านได้ ตอนนี้ยังคิดไม่ออกว่าจะเอากลับยังไง . . . หมดเงินไปเกือบ 2,000 บาท
เสร็จแล้วแวะไปคุยงานกับ Manager ของ Parkson Square ต้องไปพรีเซ็นต์งาน Thai Festival รอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ . . . โชคดีที่ Christine เป็นล่ามให้ ก็เลยสบายหน่อย เสร็จแล้วก็เดินหาที่เพื่อจัดงาน fair บริเวณแถวจิงหมาฝ่า จากนั้น Christine ก็พาไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะแห่งนึงใจกลางเมือง เค้าก็เล่าเรื่องต่าง ๆ ของเมืองคุนหมิงให้ฟัง . . . ก็เลยมานั่งที่ร้านชาริมทะเลสาบ . . . บรรยากาศจะดีมาก ถ้าไม่มีไอ้เสหรี่ นั่งอยู่ด้วย . . . ก็เลยควักลูกไม้เก่า ๆ ที่ใช้ในฝรั่งเศสมาเล่น . . . แกล้งถามเค้าไปว่า “I LOVE YOU ภาษาจีนพูดว่าไงนะ” เค้าทำหน้า งง งง แล้วก็บอกว่า “หว่อ ไอ หนี่” ก็เลยแกล้งเอาสมุดมาให้เค้าเขียน . . . พอเค้าเขียนเสร็จก็อ่านให้เค้าฟังว่า “หว่อ ไอ หนี่” เค้าทำหน้า อาย ๆ แล้วก็หัวเรา ฮ่า ฮ่า ฮ่า . . . ลืมไปว่าไอ้เสหรี่อยู่ข้าง ๆ T_T”
เสร็จแล้วเค้าขอเลี้ยงอาหารเย็นมือสุดท้าย ก่อนกลับ . . . ก็เลยไปกินร้านอาหารยูนนานแห่งนึง แถว “หนานผิงเจีย” กินไปก็คุยกันไป จนรู้ว่าเค้าอายุเท่ากัน แต่ว่าเกิดเดือนสิงหาคม . . . แล้วก็คุยกันเรื่องสมัยเรียน . . . เรื่องนู้น เรื่องนี้ . . . สุดท้ายก็จบด้วยมุขเดิม ๆ . . . ชวนไปเมืองไทย เดี๋ยวพาเที่ยว . . . มาเลยนะ เดือนธันวาคม . . . (ถ้ามาจริง จะทำไงดีฟะ)
วันนี้เสีย Self มาก ๆ . . . ก่อนกลับบ้านแวะไปซื้อกระเป๋า คนขายบอกว่า 600 หยวนพอบอกว่าลดให้หน่อย มันลดให้เหลือ 400 หยวน พอต่อไป 200 หยวน แม่งรีบเอาใส่ถุงให้เลย . . . คิดในใจ ทำไมมึงไม่คิดซักนิดเลยวะ มึงจะต้องให้กูต่อเท่าไหร่วะเนี่ยะ บ้าเปล่า . . .
PS. ภาษาจีนวันนี้ขอเสนอคำว่า “หว่อ ไอ หนี่” แปลว่า ผมรักคุณ กิ้ว กิ้ว กิ้ว
November 1st, 2006