Archive for October, 2006

(2006-10-30) Signing MOU

     วันนี้แต่งตัวอย่างหล่อ เพื่อไปร่วมงาน Sign MOU ที่ Exhibition Hall . . . ทางบริษัทจัดโต๊ะเก้าอี้ไว้อย่างดี เหมือนงานแถลงข่าว . . . มีทั้งประธานบริษัท พานิชย์มณฑล ผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศ อาจารย์พิสิษธ์ คุณธานี และผม . . . นักข่าวมากันเต็มเลย คราวนี้ได้ออกทีวีที่เมืองจีนแล้ว โครตเท่ห์เลย . . . มีนักข่าวมาสัมภาษณ์ด้วย . . . ดังใหญ่แล้ว
     หลังจากแถลงข่าวเสร็จแล้ว ก็ไปกินข้าว . . . คนจีนนี่ กินข้าวเรื่องใหญ่ เรื่องตายเรื่องเล็ก . . . ปิดห้องเลี้ยงโต๊ะจีนอีกแล้ว หุหุ

Add comment October 30th, 2006

(2006-10-29) CECF-2

     วันนี้ไม่ตื่นอีกตามเคย แต่ว่ายังเร็วกว่าเมื่อวาน ทำให้ไปเดินที่งาน CECF อีกที่นึงทัน 10:00 แต่ว่าสถานที่มันใหญ่มาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ไม่รู้จะเดินยังไงหมด มีเวลาถึงแค่บ่ายโมง วันนี้ก็เดินไป จดไป ทำการบ้านไป . . . เดินกันจนขาลาก . . . เจอกลุ่มคณะข้าราชการไทย . . . มีเลขาคนนึงเดินจดว่าในงานมีอะไรบ้าง ส่วนหัวหน้าก็ด่าเลขาว่า “ไม่ต้องจดละเอียดหรอก เดี๋ยวก็เดินกันได้ไม่ถึงไหนพอดี” . . . เวรกรรม มาเดินเล่นชัด ๆ . . . เสร็จแล้วรีบออกมาคุยงานที่โรงแรม . . . งานนี้สงสัยถูกคนจีนหลอกขายของ . . . แก๊งตกทองแน่เลย มันมาบอกว่ามันขุดเจอทองที่บ้านมัน ตอนนี้อยากเอาทองมาขาย ช่วยเอาไปขายที่เมืองไทยให้หน่อย . . . มึงนึกว่ากรูโง่เหรอ . . . ไหนเอาทองมาดูหน่อยดิ๊
     ตอนเย็นก็กลับมาคุนหมิง นัดเจออาจารย์พิสิษฐ์ที่โรงแรม . . . คุยงานกันเล็กน้อย ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปนอน เพื่อเตรียมงานแถลงข่าววันพรุ่งนี้ (เท่ห์ชะมัดเลย) แต่ว่าภราดร ก็ต้องนั่งทำ Presentation เสร็จตอนเที่ยงคืนเหมือนเดิม
PS. วันนี้ได้ภาษาจีนกลางหลายคำ เช่นคำว่า “ตัวฉ่าวเฉียน” แปลว่า ราคาเท่าไหร่ “ท่ายกว้าย” แปลว่า แพงไป และคำว่า “ส้าง” แปลว่าข้างบน

2 comments October 29th, 2006

(2006-10-28) CECF

     ตั้งนาฬิกาปลุกตั้งแต่ 8 โมงเช้า ไม่มีใครตื่นซักคน ตื่นมาอีกทีก็ 9 โมงแล้ว ตั้งใจจะไปงานกวางเจาแฟร์ตั้งแต่เช้าซะหน่อย . . . เดินออกไปนอกโรงแรมได้หน่อยนึงก็หากาแฟกิน เดินไปได้อีกซัก 50 เมตรก็แวะหาข้าวเช้ากิน . . . กองทัพต้องเดินด้วยท้องเป็นหลัก ฮ่า ๆ ๆ . . . นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินของกวางเจา หน้าตาเหมือนของไทยเด๊ะเลย ไม่รู้ว่าใครลอกใครมา . . . สงสัยว่าบริษัทรับเหมาสร้างบริษัทเดียวกัน . . . กว่าจะไปถึงงานแฟร์เล่นไปเกือบ 11 โมง แถมยังต้องไปถ่ายรูปเพื่อทำบัตรเข้างาน ขั้นตอนเหมือนการทำ VISA เลย กรอกข้อมูล ทำบัตรผ่าน จ่ายเงินอีก 100 หยวน แพงจริง ๆ
     เข้าไปถึงงาน CECF (Chinese Export Commodities Fair) ได้ก็เกือบเที่ยงแล้ว รีบ ๆ เดินดูของ Hall นี่มันใหญ่จริง ๆ เท่ห์มาก ๆ . . . บริษัทที่เอาของมาแสดงก็มากมายก่ายกอง . . . เดิน ๆ ดูชักท้อใจ มันมีของขายทุกอย่างไม่รู้จะเอาอะไรมาขายมันดี . . . เดินจนถึงห้าโมงเย็น ยังไม่ทั่วเลย ต้องมีเวลาซัก 2-3 วันถึงจะเดินได้ทั่วนะเนี่ยะ . . . งานนี้รู้สึกว่าแขกเยอะจริง ๆ แล้วคนขายก็สนใจแต่แขกด้วย เพราะว่าพวกนี้มาซื้อจริง ๆ . . . เหมือนพวกคนจีนจะรู้ว่าพวกเราแค่มาดูงาน . . . เดินไปซักพักเริ่มเกิดไอเดียขายของ . . . เพราะเจ้าของร้านน่ารัก เอ๊ย ไม่ใช่ เพราะเค้าให้ดอกไม้เรามาหนึ่งดอก เลยคิดกันเล่น ๆ ว่า ของอย่างนี้น่าจะเอาไปลองขายที่บ้านเราได้นะเนี่ยะ . . . กลับไปแล้วลองสั่งมาขายเล่นดีกว่า
     เสร็จแล้วไปแวะไปที่บ้านญาติคุณธานี เป็นอาม่ากับอาเจ้ เค้าเลยชวนไปกินข้าวกันที่ร้านแถว ๆ บ้าน . . . ร้านหรูมาก ๆ เค้าบอกว่าคนจีนถ้าเจอหน้ากันต้องไปกินข้าว . . . ผมก็นั่งกินได้อยู่ 2-3 อย่างเพราะนอกนั้นเป็นหมูหมดเลย . . . นั่งกินแล้วทำให้นึกถึง “อาม่า” เพราะพูดจีนแต้จิ๋วเหมือน ๆ กัน สำเนียงคล้าย ๆ กัน . . . อาม่าเค้าสงสัยว่าทำไมหน้าเราไม่เหมือนคนจีน . . . เราก็เลยบอกอาม่าไปว่า “อาปาตึ่งนั้งเกี้ย อาแหมะเข็กเกี้ย” อาม่าเลยหัวเราะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า “ลื้อพูดจีนได้นี่” . . . คิดในใจได้แค่นี้หล่ะครับ . . . อาม่าเลยถามว่าพูดไรได้อีกมั่ง . . . ก็บอกไปว่า “เจี่ยะจุ้ย เจี่ยะม้วย เจี่ยะปึ่ง จั่กเอ็ก แล้วก็เหล่าเต้ง” นอกนี้ก็เป็นคำด่า T_T”~ (ลื้อซี้ซั้วต่า) . . . แค่นี้หล่ะครับ . . . อาม่าก็หัวเราะ . . . เราก็นึกในใจ(รู้งี๊เมื่อก่อนตอนอาม่าสอนตั้งใจเรียนซะก็ดี) . . . อาม่าเลยถามชื่อจีน . . . เลยบอกไปอย่างอาย ๆ ว่า “เป๋งเฮง” คับอาม่า . . . ก่อนกลับอาเจ้พาขับรถไปเดินเล่นริมแม่น้ำก่อนจะกลับมาถึงโรงแรม . . . เฮ้อ . . . รู้สึกว่าวันนี้ภาษาในสมองเริ่มตีกัน อาเจ๊ถามว่า “ลื้อเจี่ยห้อบ่วย” เราก็ตอบไปอย่างทันควัน “Oui, C’est Bon …. C’est Bon” อาเจ้ทำหน้างง เลยรีบแก้ไปว่า “หอเจี๊ยะ หอเจี๊ยะ” . . . เวรกรรม ถามภาษาจีน ดันตอบภาษาฝรั่งเศสซะนี่!!!
PS. ภาษาจีนกลางวันนี้ขอเสนอคำว่า “ลู่” แปลว่าถนน ส่วนจีนแต้จิ๋วไม่ต้องสอนแล้ว วันนี้ได้ไปหลายคำ เหอะ ๆ

3 comments October 28th, 2006

(2006-10-27) JINMAYUAN

     9:00 หลังจากกิน Breakfast (ที่ไม่ค่อยอร่อย) เสร็จ ก็นั่งรถไปที่บริษัท Jinmayuan Group เพื่อ Present เกี่ยวกับศูนย์ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ และ MOU . . . วันนี้หนักใจอีกตามเคย เพราะเป็นการเจรจาธุรกิจ ต่างคนต่างหาทางออกให้ตัวเองได้ประโยชน์มากที่สุด ฝ่ายจีนก็ไม่ใช่ธรรมดา เป็นบริษัทค้าขายระหว่างประเทศ ส่วนทางเราก็ต้องพยายามสร้างภาพให้ดูน่าเชื่อถือ วุ่นวายกันจริง ๆ . . . อันนี้ขอไม่อธิบายอีกตามเคย เพราะมันยุ่งยากเกินกว่าจะอธิบายได้ . . . สรุปว่าผลการเจรจา ผ่านไปได้ด้วยดี จะมีการเซ็นต์ MOU วันจันทร์นี้แน่นอน (เกือบไม่ได้เซ็นต์) แต่ว่าข้อตกลงบางอย่างยังไม่ลงตัวเนื่องจาก ความผิดพลาดในการประสานงาน หรือการเจรจาก่อนหน้าอย่างไรไม่ทราบ . . . ตอนบ่ายก็แวะไปหาท่านพาณิชย์มณฑลยูนานที่ CCPIT เพื่อนำเสนอเรื่องเดิมอีกรอบ แต่คราวนี้พูดได้ดีกว่าเมื่อเช้า การเจรจาค่อนข้างราบรื่นดี แต่ว่ายังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน . . . คงต้องรอให้เกิดกิจกรรมก่อนเท่านั้นเอง . . . เสร็จแล้วกลับมาที่โรงแรมเพื่อนำเสนอเรื่องเดิมรอบที่ 3 ให้กับคุณ คริสติน่า (เฟยหง) สาวจีนที่พูดภาษาอังกฤษได้ดีพอสมควร เธอสนใจเรื่องที่เราพูดเป็นพิเศษ หรือสนใจตัวเราไม่ทราบ ฮ่า ๆ ๆ . . . รู้สึกว่าเธอพยายามที่จะพูดกับเรามากเป็นพิเศษ . . . เธออาสาเป็นไกด์ให้เราหลังจากวันที่เซ็นต์ MOU เรียบร้อยแล้ว . . . เสียดายที่เมืองคุนหมิงไม่มีคนน่ารักเลยซักคนเดียว ไม่รู้ไปอยู่ไหนกันหมด . . . แต่ดีกว่าไม่มีคนพาเที่ยว
     เสร็จแล้วนั่งเครื่องบินต่อมาที่กวางเจา (หาที่แลกเงินได้แล้ว ดีใจจัง) มาถึงก็สองทุ่มกว่าแล้ว ก็เลยไปเดิน Walking Street ของเมืองกวางเจา ใหญ่โตใช้ได้ . . . แต่ไม่มีเวลาซื้อของ กินข้าวเสร็จก็เดินกลับโรงแรม มาเตรียมงานสำหรับวันพรุ่งนี้ต่อไป . . . หวังว่าวันพรุ่งนี้งานคงเสร็จเร็วจะได้มีเวลาเดินเที่ยวกับเค้าบ้าง . . . เพี้ยงงงงง
ปล. ภาษาจีนกลางวันนี้ขอเสนอคำว่า “หนีห่าว” แปลว่า “สวัสดี” และแถมคำว่า “เชี่ย เชี่ย” แปลว่า “ขอบคุณ”

1 comment October 27th, 2006

(2006-10-26) P’tit Voyager a Kunming

     วันนี้วุ่น ๆ ตั้งแต่เช้าเพราะตอนบ่ายนี้ต้องเดินทางไปเมืองจีนแล้ว แต่พึ่งได้รับการคอนเฟิร์มเมื่อวานนี้เอง ตอนเช้าก็เลยต้องรีบเข้าไปเคลียงานที่ยังคั่งค้าง เสร็จไปได้บางส่วน ยังคงพอกหางภราดร ต่อไปอีกบางส่วน . . . กว่าจะออกจากวิทยาลัยได้ปาเข้าไป 11:30 กลับไปถึงบ้านยังไม่ได้จัดกระเป๋าเลย . . . เอาเสื้อผ้าโยน ๆ เข้ากระเป๋าได้ ก็กินผัดไทคุณแม่ไปสองสามคำ รีบไปสนามบิน . . . พอไปถึงสนามบิน Check-in เรียบร้อย จะไปแลกเงินหยวนปรากฏว่า Bank ปิดหมด เพราะว่าเค้ากำลังทำสนามบินใหม่ ไอ่ที่เปิดก็ไม่มีให้แลก . . . ซวยละ ไม่มีเงินซักกะหยวนเดียวจะไปเมืองจีนได้ยังไง . . . โชคดียืมเงินชาวบ้านมาได้ 500 หยวน พอประทังชีวิตไปก่อน ไว้ไปหาเอาดาบหน้า
     มาถึงคุนหมิงประมาณหกโมงเย็น เอาของไปเก็บที่โรงแรม แล้วก็ออกไปเดินเล่นที่ “หนานผิงเจีย” เป็น Walking Street เพื่อนัดเจอกับ “เสหรี่” (ผู้ประสานงานชาวจีน) และน้อง ๆ นักศึกษาไทย 3 คน คือ ชัย บอย และ หก ที่ร้านอาหารไทย “TAILAI” . . . อาหารไทยที่นี่รสชาติใช้ได้ดีทีเดียว เพราะเป็นรสยูนาน ถูกปากเราอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าผัดไทจะรสชาติเหมือนผัดซีอิ้วก็ตาม . . . จากนั้นก็ย้ายไปนั่งคุยกันที่ร้านกาแฟ “MY FAVOR” ราคาแพงใช้ได้ แต่ร้านก็หรูพอ ๆ กับราคา พึ่งรู้ว่าร้านกาแฟที่นี่เน้นหรู ๆ กว่าจะกลับถึงโรงแรมปาเข้าไปเกือบ 23:00 . . . มานั่งปั่น Presentation สำหรับพรุ่งนี้เช้าอีก กว่าจะเสร็จเล่นไปตีหนึ่งกว่า ๆ . . . ทำงานคุ้มค่าเครื่องบินจริง ๆ
ปล. ภาษาจีนกลาง คำแรกที่พูดได้คือ “ตุ้ย ตุ้ย ตุ้ย ตุ้ย” แปลว่า “ใช่ ใช่ ใช่ ใช่”

1 comment October 26th, 2006

Previous Posts


Calendar

October 2006
S M T W T F S
« Sep   Nov »
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031  

Posts by Month

Posts by Category