Archive for March, 2006

(2006-03-31) 2nd Day in Paris

     วันนี้มีแผนการท่องเที่ยวอยู่เต็มหัว เลยต้องรีบออกกันแต่เช้าตรู่ วันนี้พวกเรา 4 คนใช้ชีวิตเป็นคนรู เช่นเดียวกับชาว Parisian (ปาครีเซียง-ชาวปารีส) มุดเข้ารูนู้น ออกรูนี้ สงสัยอยู่ว่ามันเกิดมาเป็น ตุ่นหรือคนกันแน่? . . . ปารีส มี Metro อยู่ 14 สาย ส่วนจำนวนสถานีก็ไม่ต้องพูดถึงเป็นร้อยแน่นอน เพราะฉะนั้นเมืองนี้จะมีรูลง Metro อยู่เต็มเมือง แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าต้องจำสาย Metro ให้ได้เท่านั้นเอง

Paris Day 2

     เราเริ่มออกเดินทางไปยัง Notre-Dame de Paris เป็นโบสถ์ที่ตั้งอยู่ใจกลางของเมืองปารีส ความสำคัญของโบสถ์นี้คือ ด้านหน้าของโบสถ์จะมีแผ่นทองเหลืองที่ถือว่าเป็นจุดศูนย์กลาง หรือ กิโลเมตร ที่ 0 ของเมือง กล่าวคือ ไม่ว่าป้ายระยะทางใด ๆ ในฝรั่งเศสที่ชี้มายังปารีสก็จะวัดจากจุดนี้ทั้งสิ้น พอได้รูปถ่ายสวยงามแล้ว พวกเราก็ไปชมความงดงามในโบสถ์ 5 นาที (ไม่ได้ซึมซับศิลปะอะไรเล๊ย)

Paris Day 2

     ออกมาจากโบสถ์เราก็หารู Metro ลงไปเพื่อจะเดินทางไปยัง Montmartre (มงมาร์ต) เป็นโบสถ์สีขาว สวยงามมาก ตั้งอยู่บนเนินเขาในกรุงปารีส ถือเป็นโบสถ์ที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง คนไทยจะรู้จักกันในนาม ”โบสถ์ขาว” โบสถ์นี้ยังไม่เป็นที่ชื่นชอบของ Picasso จิตกรที่มีชื่อเสียงของโลกอีกด้วย และแล้วก็เหมือนเดิม พวกเรา 4 ตัวเข้าไปเดินในโบสถ์ 5 นาที (เข้านานมันจะรู้สึกร้อน ๆ) แล้วก็ออกมานั่งตรงบันไดโบสถ์ เพื่อดูสาว ๆ อีก 1 ชั่วโมง (คนสร้างมันคงเสียใจแย่)

Paris Day 2
Paris Day 2

     จากนั้นพวกเราก็เดินทางไปเก็บรูปถ่ายที่ถนน Champs Elysees และ Arc de triomphe (ประตูชัย) ซึ่งพวกมัน 3 คมมาเก็บภาพไปเมื่อวานก่อนแล้ว จากนั้นเราก็เลยมีเวลานั่งจิบกาแฟ ริมถนน ชอมป์เซลีเซ่ และนั่งดูสาวปาคลีเซียง กันอย่างสบายอกสบายใจ

Paris Day 2

     พอหายเมื่อย Teen แล้ว ก็ออกเดินทางไปยัง Place de la Concorde ซึ่งเป็นสถานที่ ที่ตั้งเสา Obelisk ที่ไปขโมยมาจากประเทศอียิปต์ อุบส์ ประเทศอียิต์ถวายให้ต่างหาก อย่างไรก็ตามแต่ เด็ก Grenoble (เกรอนอบ) คนนึง เรียกไอ่แท่งนี้ว่า “กระเจี๊ยวเมืองหลวง” แต่ฟังดูแล้วก็เหมาะสมกันดีกับ แท่งที่ไปขโมยมาจากประเทศอื่นแล้วมาตั้งไว้กลางเมืองแบบนี้

Paris Day 2

     ก่อนจะออกเดินทางไปที่อื่นก็แวะถ่ายรูปพระที่นั่งอนันตสมาคม(ตัวต้นแบบ) ตัวจำลองอยู่ที่เมืองไทย สงสัยอยู่เหมือนกันว่า คนฝรั่งเศส เวลาไปเมืองไทย ก็คงต้องไปดูตัวจำลองด้วยเหมือนกันหรือเปล่า แต่พอดีไม่มีเวลาเท่าไหร่เลยไม่ได้เก็บรายละเอียด เอาไว้คราวหน้าละกัน
     จากนั้นก็ไปเดินหา Grande Mosquee เป็นมัสยิดกลางของเมืองปารีส เดินหากันขาลากเลย พอดีเจอผู้หญิงคนนึงคลุมหิหยาบเดินมาส่ง โชคดีไปไม่งั้นได้เดินหากันอีกนานเลย หลังจากเข้าไปละหมาดกันแล้วก็เดินทาไปหาข้าวเย็นกินกัน

Paris Day 2

     นั่ง Metro ไปที่สถานี่ Saint Just แถวนั้นเป็นแหล่ง Night Life กรุงปารีส (พี่ที่อยู่ฝรั่งเศสคนนึงแนะนำมา) มีร้านอาหารและผับเยอะพอสมควร วันนี้อยู่กันพร้อมหน้าก็เลยถือโอกาศกินเลี้ยงวันเกิดผมไปเลย สำหรับวันที่ 1 เมษายน (วันพรุ่งนี้) ตามตำรับของชาวฝรั่งเศสคือ Steak, Frite(French fry) และ Salad . . . อิ่มหนำสำราญกันไปตาม ๆ กัน . . . กินอิ่มกันแล้วก็ไม่รอช้า รีบไปเข้าเทคกัน (เมื่อกี๊พึ่งเข้ามัสยิด ตอนนี้จะเข้าเทค เวงกำ) แล้วก็เหมือนสวรรค์กลั่นแกล้ง เทคที่นี่มีกฏอยู่ว่าถ้าไม่มีผู้หญิงไปด้วย จะเข้าไม่ได้ กฏอะไรของมันวะเนี่ยะ สงสัยมันยึดตามกฏของ Demand และ Supply . . . วันนี้เลยต้องกลับไปนั่งเล่นไพ่ที่ห้องกันตามระเบียบ . . . ชีวิต 

Add comment March 31st, 2006

(2006-03-30) First day in Paris

     ตื่นนอนตอนเช้าที่โรงแรม Formule 1 (F1) ห้องนิดเดียวยัดกันไปตั้ง 4 คน พวกฝรั่งมันจำหน้ากระเหรี่ยงชาวไทยไม่ได้ ปล่อยให้เดินเข้าเดินออกกันตามสบายเลย คิดว่าเป็นคนเดียวกันหมดเลย . . . สบายเรา . . . หลังจากกินกาแฟเสร็จ ไอ่ดลก็จัดการทำ Sandwich เอาไว้ไปกินที่ Chateau de Versaille (พระราชวังแวร์ซายน์) นั่งรถ RER ออกจาก Paris ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็ถึงพระราชวัง

Paris 1st day
Paris 1st day

     ก่อนเข้าเจอสาว ๆ ญี่ปุ่นกลุ่มนึงประมาณ 40 คน น่ารักเกือบทุกคน ชายหนุ่มสามตัวก็เลย กระดี๊กระด๊า กันไปพักนึง โดยเฉพาะไอ่นะ คว้ากล้องไปยืนถ่ายรูปเค้าอย่างไม่อายฟ้าดิน (สรุปแล้วดูจะสนใจสาวญี่ปุ่นมากกว่าบ้านพระเจ้าหลุยส์) แต่ปรากฏว่าเค้ากะลังจะกลับกันแล้ว เศร้าใจกันไปตาม ๆ กัน ต้องมาต่อแถวซื้อบัตรเข้าชมยาวมาก ๆ ๆ ๆ ก็เลยถือโอกาสกินแซนด์วิชกันในแถวซะเลย

Paris 1st day

     พอได้เข้าไปข้างในพระราชวัง ก็เดินดูความอลังการของพระราชวังของพระเจ้าหลุยส์ แต่ไม่มีใครเช่าหูฟังอธิบายรายละเอียดมา ก็เลยอาศัยส่งตัวแทน คือไอ่ดล ไปเดินตามไกด์ชาวบ้าน แอบฟังแล้วมาเล่าให้ฟัง อนาบริเวณพระราชวังช่างกว้างขวางเหลือกัน พวกเราเดินกันได้สองส่วนคือ Grands Apartements และ Chambre du Roi พร้อมกับสวนน้ำพุอีกนิดหน่อย

Paris 1st day

     พอเสร็จแล้วก็รีบกลับมาขึ้นรถ RER กลับเข้ามาในปารีส เพื่อจะขึ้นไปดู La Tour Eiffel (หอไอเฟล) กว่าจะเดินไปถึงหอไอเฟลได้ก็ถ่ายรูปหมดกันไปเป็นร้อยรูป ค่าขึ้นไปถึงยอด จ่ายคนละ 11 Euro แต่ถ้าเดินขึ้นเสีย 3 Euro ขึ้นได้ถึงเกือบยอด (แต่สงสัยจะไม่รอดลงมา เพราะคิดว่าข้างบนคงไม่มีตั๋วขาลงขาย)

Paris 1st day

     ขึ้นไปดูวิวเมืองปารีสจากบนหอไอเฟลนี่ช่างสวยงามจริง ๆ เพราะเป็นตึกเตี้ย ๆ เลยทำให้สามารถเห็นได้ไกล แต่ละ commune (น่าจะแปลว่าตำบล คงจะใกล้ที่สุด) ก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ข้างบนนี้ลมค่อนข้างแรงมาก พัดคนปลิวได้สบาย ๆ ทำให้รู้สึกว่าบนยอดไอเฟลนี่มันโคลงเคลงอยู่เหมือนกัน เห็นเค้าบอกว่าขยับประมาณ 5 เซ็นติเมตรจากจุดศูนย์กลาง

Paris 1st day

     ขาลงตัดสินใจเดินลงจากหอไอเฟล ถึงแม้จะมีบัตรขาลงแล้วก็ตาม จะได้เอาไปโม้ได้ ว่า“ไปปีนมาแล้ว หอไอเฟล” พอเดินลงมาได้แค่ 1 ชั้นจากทั้งหมด 3 ชั้น ทุกคนก็มีความเห็นตรงกันว่า “สูงฉิบหาย ลงลิฟกันเหอะ” ความคิดที่จะเอาไปอวดชาวบ้านเมื่อกี๊หายไปหมดสิ้น

Paris 1st day

     ถึงแม้จะลงมาถึงข้างล่างแล้วก็ยังไม่เลิกถ่ายรูปกัน วันนี้ถ่ายรูปกันไปประมาณ 400 รูป (บ้าไปแล้ว) นาน ๆ มาที ต้องถ่ายให้คุ้ม ท้องเริ่มหิวกันแล้ว ทุกคนคิดแต่จะหารู Metro กลับไปโรงแรม เพราะมีสุกี้ร้อน ๆ รออยู่ (ขอบคุณน้องอรรถที่อุตส่าห์ทำเตรียมไว้ให้)
     จบทัวร์วันนี้ด้วยการเล่นไพ่ตอแหล . . . นั่งเล่นกันจนถึงตีสอง สรุปว่าผมตอแหลไม่เก่ง เลยไม่ค่อยชนะ ส่วนไอ่ดลกะไอ่อรรถ ชนะบ่อยสุดแปลว่าตอแหลเก่ง เอิ๊ก เอิ๊ก

PS. ใครรู้ช่วยบอกหน่อย ผมเดินมาหมดทั้งพระราชวังแวร์ซายน์ ไม่เห็นห้องน้ำแม้แต่ห้องเดียว คนฝรั่งเศสเมื่อก่อนเค้า ถ่ายและอาบน้ำกันยังไงเหรอ ?

รูปที่เหลือดูใน Gallery > Paris นะคับ

1 comment March 30th, 2006

(2006-03-29) Presentation et Paris

     เป็นไปตามความคาดหมาย เมื่อคืนไม่ได้นอนครับ หลับไปตอน 7 โมงกว่า ตั้งนาฬิกาปลุกตอน 8 โมง เพราะมี present ตอน 10:30 … แต่ไม่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกแม้แต่น้อย โชคดีว่าที่บ้านมาถามว่าไม่ไปมหาลัยเหรอ 9 โมงแล้ว … กระโดด ออจากเตียง ล้างหน้า แปรงฟัน แล้วพุ่งไปมหาลัยเลย (เดี๋ยวนี้ไม่ต้องอาบน้ำตอนเช้าก็ได้แล้ว เป็นชาวฝรั่งเศสไปแล้ว เอิ๊ก ๆ) ไปถึงก่อนเวลา present 15 นาที เตรียม Power Point ให้มันดูดีอีกหน่อย
     พอถึงเวลา present ก็เล่านิทานที่เตรียมมาไว้ตั้งแต่เมื่อคืน . . . วันนี้รู้สึกว่าการ present ค่อนข้างดีกว่าครั้งก่อน ๆ เนื่องจากว่า เรื่องที่ present เราเป็นคนแต่งขึ้นมา เพราะฉะนั้น เนื้อหาแต่ละเรื่องมันอยู่ในหัวเราอยู่แล้ว พูดไปไม่ต้องกลัวผิด ทำให้ไม่รู้สึกประหม่า ต่างกับครั้งก่อน ๆ ที่เอา paper ที่อ่านมา present บางคำพูดก็ต้องพูดตามเค้า ใส่ไข่เพิ่มเข้าไปก็ไม่ได้ จะสรุปให้ฟังก็ยาก เพราะอ่านแล้วยังไม่เข้าใจเลย . . . ทำให้ present ค่อนข้างตะกุงตะกัก
     สรุปว่าการ present ผ่านไปได้ด้วยดี ถึง ดีมาก (รอดตายไปอีกรอบ ขอบคุณพระเจ้า) อาจารย์ชมว่า “Good to see that you started with clear path and idea.” จากการ present 1 ชั่วโมงก็เลยกลายเป็นชั่วโมงครึ่ง อาจารย์ก็เลยไปกินข้าวเที่ยงสายเลย
     ตอนบ่ายตั้งใจจะนั่งทำสรุปการประชุม แต่ว่าหัวสมองคิดอะไรไม่ออกแล้ว โทรหาน้องอรรถ กะไอ่ดล มันบอกว่า “ผมอยู่ปารีสแล้วพี่ มาพักกะผมได้เลย” . . . ยังไงซะพฤหัส ศุกร์ นี้ก็ประท้วงอยู่แล้ว มามหาลัยก็เข้าไม่ได้อยู่ดี . . . คิดได้ดังนั้นไซร้ ก็เก็บของนั่งรถไป La Gare SNCF หาซื้อตั๋วไปปารีส แค่ 29 euro เพราะเป็น Mid-Week ออกเดินทางตอน สามทุ่ม กลับบ้านเก็บของหาข้าวกินแล้วเตรียมออกเดินทางสู่เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส

1 comment March 29th, 2006

4rd PhD Presentation (29-03-2006)

Date:   29-03-2006
Time:  10:30 - 12:00
Place: CERRAL room (I.U.T.) Université Lumière, Lyon 2

Participants:

  1. Mr.Pradorn SUREEPHONG
  2. Prof.Abelaziz BOURAS
  3. Dr.Yacine OUZROUT
  4. Dr.Gilles NEUBERT

Topic of Presentation:

  1. Industry Cluster
  2. Methodology for initiate Industry cluster
  3. Objective and Tools of each phases

Summary of Meeting: (First Draft)

Presentation File: (Full Version)

Add comment March 29th, 2006

(2006-03-28) One Day Before Presentation

     หนึ่งวันก่อน presentation ครั้งที่ 4 มีเอกสารทุกอย่างครบอยู่ในมือแล้ว ตั้งสูงประมาณ 1 ฟุต อ่านจบหมดแล้ว แต่ไม่รู้จะเอาไอ่เอกสารพวกนี้มาต่อกันได้ยังไง ตอนเช้านั่งดูกองเอกสาร (นั่งดูจริง ๆ ไม่ได้ทำไรเลย) ไปประมาณครึ่งชั่วโมง . . . เสร็จแล้วก็เปิดเอกสารแผ่นแรก แผ่นที่สอง สาม สี่ ห้า . . . จนหมด ก็ยังไม่ได้ Idea เจ๋ง ๆ อยู่ดี
    เปิด Internet หาตัวช่วยจากพี่ Google ก็ไม่มีแล้ว . . . เริ่มเครียดเล็กน้อย (ยัง ขำ ขำ ได้อยู่) . . . ก็เลยเปลี่ยนมานั่งคิดว่าควรจะเอาอะไรไปขายอาจารย์ดี เปิดอ่าน Presentation เก่า ๆ . . . ก็เกิด IDEA …. ปิ๊ง …. เอาเรื่องเก่า ๆ มาต่อ ๆ กันเป็นเรื่องใหม่ดีกว่า . . . เรียกว่าทฤษฏี Vieux vin dans nouvelle bouteille (ไวน์เก่าในขวดใหม่) ฮ่า ฮ่า ฮ่า . . . กินข้าวเย็นเสร็จก็เริ่มบรรเลง เอากระดาษ A1 ที่จิ๊กมาจากมหาลัยมากาง 3 แผ่น เต็มห้อง วาดรูป วางแผน หาศัพท์ . . . คืนนี้ไม่ได้นอนแน่นอนครับท่านผู้ชม . . . แต่เป็นเรื่องปกติของคุณภราดร . . . สันดานนิสัยอย่างนี้มาตั้งแต่เด็ก

4 comments March 28th, 2006

Previous Posts


Calendar

March 2006
S M T W T F S
« Feb   Apr »
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031  

Posts by Month

Posts by Category