(2006-02-26) Montpellier
February 26th, 2006
งานนี้ตั้งใจมาหาผัดกระเพรากินตามคำมั่นสัญญาของเจ๊ขวัญ ที่ให้ไว้เมื่อชาติที่แล้ว แต่งานนี้ Mission Failed เพราะว่าเมือง Montpellier (มง-ปริ-เย่) ไม่มีใบกระเพราขาย ถ้าอยากกินเค้าจะทำผัดโหระพาให้กิน ก็เลยสั่งต้มยำมากินแทน ไม่สะใจเท่าไหร่
ตอนเช้ามี mission ไปซื้อมาม่าผัดไทยที่ร้านเวียดนามกลางเมืองมงปริเย่ ซื้อไป 30 ซอง แล้วก็แบกกล่องมาม่าไปเดินซื้อของที่ตลาดของมือสองวันอาทิตย์อีกมุมนึงของเมือง ไม่ได้อะไร เพราะกว่าจะมาถึงตลาดมันก็จะปิดแล้ว แต่คนก็ยังเยอะอยู่ 70% ของคนที่มาซื้อของนี่เป็นแขก เดินไปได้ยินแต่ภาษาอาหรับ รู้สึกเหมือนเดินอยู่แถวเมืองอาหรับ ไม่เหมือนอยู่ฝรั่งเศสเลย
กลับมาถึงห้องเจ๊ขวัญทำอาหารให้กิน ตอนแรกแกบอกว่าจะทำผัดไทยให้กิน แต่ดูแล้วมันต้องเอามาม่ามาต้มให้กินแน่เลย เลยขอเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น เจ๊เลยโชว์ฝีมือทำอาหารระดับเทพ (คือคนธรรมดาไม่มีวันได้กิน แกบอกอย่างนั้น) แกเลยทำต้มแพนงกุ้ง (คือมันเป็นแพนงแต่น้ำมากไปหน่อย) ผัดโหระพากุ้ง(บอกแล้วกระเพราไม่มี) ส่วนอันสุดท้ายผมกลัวว่าจะไม่มีอะไรกินได้ เลยขอตัวทำไข่เจียวให้แกกินแทน สุดท้ายเราก็มีข้าวกินกันอิ่มหนำสำราญ ตบท้ายด้วยนั่งดูหนัง The Letter นั่งดูกันสองคน ร้องให้กันไป เจ๊ขวัญร้องให้เพราะเรื่องมันเศร้า ส่วนผมร้องให้อยากกลับบ้าน คิดถึงเชียงใหม่ ฮ่า ๆ
ก่อนกลับงัดเจ๊ขวัญออกจากเตียงเพื่อพาไปดูเมืองมงปริเย่ตอนกลางวัน จริง ๆ เมืองนี้ก็สวยดีเหมือนกัน เดินกันจนเหนื่อย ได้ไปเที่ยว Pont (สะพาน) อีกแล้วครับท่าน ทัวร์นี้ Tour de Pont จริง ๆ ไปที่ไหนก็มีแต่สะพาน แล้วก็เดินดูมหาลัยแพทย์ที่นอสตราดามุสเคยเรียน แล้วก่อนเดินกลับก็แวะซื้อ KEBAB ที่อร่อยที่สุดในโลก แกแนะนำว่าอย่างนั้นน่ะ
ระหว่างเดินจะไปขึ้นรถไฟกลับลียง เจ๊ขวัญก็บอกว่า “ไอ่ดอน แกรู้ป่ะ ถ้ามามงปริเย่แล้ว ไม่ได้มากินกาแฟร้านนี้นะเว๊ย ไม่ได้มาถึงมงปริเย่ เพราะอะไรรู้เปล่า?” แล้วผมก็ตอบไปว่า “ไม่รู้ครับพี่” แกก็ตอบสวนกลับมาทันควัน “ร้านกาแฟนี้นะเว๊ยมีชื่อเสียงมาก อายุเป็นร้อยปีแล้วนะเว๊ย” ผมก็ทำตาปริบ ๆ ก้มดูกระเป๋าสตางค์เห็นเงินเหลืออยู่ 15 Euro แล้วก็ถามแกไปว่า “มันคงไม่เกิน 10 Euro มั๊งครับพี่” แกก็บอกว่า “ไม่เกินหรอก” แล้วก็เดินนำเข้าไปในร้าน เข้าไปถึงแกก็สั่งช๊อคโกแล๊ตเย็นปั่นอย่างสบายอารมณ์ ส่วนผมก็กิน Chocachino เป็นกาแฟผสมช๊อคโกแล็ตและฟองนม พอบ๋อยมาเก็บเงินแกก็ควักเหรียญออกมาหมดกระเป๋า รวมกันไม่ถึง 1 Euro ผมเลยรู้ตัวตอนนั้นเองว่า มือนี้กรูเป็นเจ้ามือแน่เลย หลังจากอิ่มหนำสำราญกับกาแฟแล้ว เจ๊ขวัญสุดที่รักมันก็เสนอตัวเดินไปส่งที่สถานีรถไฟ ทั้ง ๆ ที่ก่อนเข้าร้านมันยังบอกเลยว่า “เดี๋ยวมึงเดิน ตรง ๆ ไปทางนี้ก็ถึงแล้ว กูส่งมึงแค่นี้ละกัน” สงสัยมันจะรู้สึกผิด
งานนี้ต้องขอบคุณคุณพี่ขวัญชีวามาก ๆ นะครับที่ช่วยอุปถัมภ์ค้ำจุนน้องชายตัวอ้วน ๆ ตาดำ ๆ คนนี้ให้มีที่หลับที่นอน ที่กิน ที่เที่ยว ขอให้สวยวันสวยคืนนะค๊าบบบ
Entry Filed under: My Diary
1 Comment Add your own
1. พี่ขวัญ | March 3rd, 2006 at 1:06
เอ้อ เมิงไม่ค่อยจะประจานเลยน่ะคะ ที่ดูหนังหน่ะร้องไห้เพราะคิดถึงเชียงใหม่หรือคิดถึงเมีย เอ๊ย คิดถึงแฟนย่ะหล่อน แหมมมมมมม นี่ขนาดเห็นแกน่าชั้นแล้วหน่ะประจานซะขนาดนี้
Leave a Comment
Some HTML allowed:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>
Trackback this post | Subscribe to the comments via RSS Feed